เด็กคลอดก่อนกำหนด เสี่ยงโรคจอประสาทตา

จากกรณีมีข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับเด็กทารกแฝดคลอดก่อนกำหนด ทำให้แฝดคนน้องตาบอด เนื่องจากป่วยเป็นโรคจอประสาทตาในเด็กคลอดก่อนกำหนด ทำให้จอประสาทตาหลุดลอก และตาบอด ซึ่งเรื่องนี้กรมการแพทย์กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาให้ความรู้และวิธีป้องกันเกี่ยวกับโรคนี้



น.พ.เรวัต วิศรุตเวช อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคจอประสาทตาในเด็กคลอดก่อนกำหนดเป็นความผิดปกติของจอประสาทตาในเด็กที่คลอดก่อนกำหนด เนื่องจากจอประสาทตาของเด็กยังไม่เจริญเต็มที่ เมื่อคลอดออกมาทำให้เกิดความผิดปกติของระบบเส้นเลือดของจอประสาทตา เกิดเป็นเส้นเลือดงอกใหม่และมีเยื่อพังผืดมาดึงรั้งทำให้จอประสาทตาหลุดลอก สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคคือ การคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักแรกคลอดน้อยกว่าปกติ ยิ่งน้ำหนักน้อยยิ่งมีโอกาสที่จะเป็นโรคนี้มาก


นอกจากนี้การได้รับออกซิเจนหลังคลอด ซึ่งในเด็กคลอดก่อนกำหนดมักจะมีความผิดปกติของอวัยวะอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ระบบหายใจ เลือดออกในสมอง โรคลำไส้อักเสบ เด็กเหล่านี้ส่วนใหญ่จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการให้ออกซิเจนในตู้อบ เพื่อรักษาชีวิตให้รอด แต่จะเป็นปัจจัยเสริมทำให้โรคจอประสาทตาในเด็กคลอดก่อนกำหนดควรได้รับการตรวจคัดกรองด้วยวิธีการขยายม่านตาและตรวจจอประสาทตา โดยมีแนวทางที่กำหนดไว้ดังนี้ เด็กที่คลอดก่อนกำหนดระหว่างอายุครรภ์ 28-37สัปดาห์ มีน้ำหนักแรกคลอด น้อยกว่า 1,500กรัม ควรได้รับการตรวจคัดกรองโรค ROP เมื่ออายุ 4-6สัปดาห์ และเด็กที่คลอดก่อนกำหนด มีน้ำหนักแรกคลอดอยู่ระหว่าง 1,500-2,000กรัม ถ้ามีปัญหาทางสุขภาพต้องได้รับการรักษาด้วยออกซิเจน ควรได้รับการตรวจคัดกรองโรค ROP ตามกำหนดเช่นเดียวกัน


สำหรับวิธีการรักษาขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของโรคตอนตรวจพบ ซึ่งแบ่งความรุนแรงเป็น 5ระยะคือ ระยะ 1-2สามารถหายได้โดยไม่ต้องให้การรักษา ระยะ 3-4ใช้แสงเลเซอร์รักษาเพื่อป้องกันการหลุดลอกออกของจอประสาทตา แต่อาจมีการเกิดภาวะ สายตาสั้น ตาเข หรือจอประสาทตาลอกในภายหลังได้ ระยะ 4-5ไม่สามารถใช้แสงเลเซอร์รักษาได้ เพราะมีการหลุดลอกของจอประสาทตาแล้ว บางรายอาจทำการรักษาโดยการผ่าตัดจอประสาทตาแต่ไม่ได้ผล ไม่สามารถกลับมามองเห็นได้ ซึ่งขณะนี้ในต่างประเทศได้ทำการศึกษา ค้นคว้า วิจัยทดลองด้วยการฝังชิพที่สมองเพื่อสั่งการให้สามารถมองเห็นภาพได้ และถ้าวิธีดังกล่าวสำเร็จ กรมการแพทย์จะนำเทคโนโลยีนั้นมาทำการรักษาให้แก่ผู้ป่วยโรคจอประสาทในอนาคต


ดังนั้น จึงฝากเตือนสตรีตั้งครรภ์ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนด ได้แก่ ผู้ที่มีอายุมากหรือน้อยเกินไป ติดยาเสพติด สูบบุหรี่  มีภาวะเครียด ทำงานหนัก และผู้ที่มีประวัติการตั้งครรภ์และการคลอดที่ไม่ดี เช่น มีการแท้ง คลอดก่อนกำหนดในครั้งก่อน ภาวะติดเชื้อทางระบบปัสสาวะเฉียบพลัน มีเลือดออกในขณะตั้งครรภ์ความดันโลหิตสูง มีการติดเชื้อในช่องคลอดและปากมดลูก จึงควรป้องกันการคลอดก่อนกำหนดโดยการฝากครรภ์กับแพทย์ที่โรงพยาบาลเมื่อทราบว่าตนเองตั้งครรภ์ และปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด" น.พ.เรวัติกล่าวในท้ายที่สุด


 


 


 


ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

Top