ของขวัญเพื่อสุขภาพจากภูมิปัญญาไทย

พอก้าวขึ้นสู่ปีใหม่ ก็นึกถึงการไปไหว้ขอพรจากผู้หลักผู้ใหญ่เพื่อความเป็นสิริมงคล และที่จะขาดไม่ได้คือของขวัญที่จะนำไปฝากไปกราบไหว้ผู้ที่เรารักและเคารพนับถือ ในสมัยก่อนเรามักจะเห็นของขวัญเป็นเหล้านอกหรือไวน์ราคาแพง จนพักหลังต้องมีการรณรงค์ปรับมุมมองของการแสดงความนับถือและเคารพรัก และยังรณรงค์ตอกย้ำให้เหล้าเท่ากับแช่ง จึงเปลี่ยนจากเหล้ามาเป็นของขวัญหรือกระเช้าเพื่อสุขภาพแทน



เมื่อนึกถึงกระเช้าสุขภาพก็อดนึกถึง พญ.เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ ไม่ได้ เพราะท่านเคยจัดงานรณรงค์ซื้อของขวัญและกระเช้าปีใหม่จากสินค้าภูมิปัญญาไทย และสินค้าเพื่อสุขภาพ และยังได้วางแนวคิดในการจัดกระเช้าแบบพจมาน สว่างวงศ์ ให้เป็นที่ฮือฮามาแล้ว และปีใหม่ปีนี้จึงอดนึกถึงท่านไม่ได้ พร้อมกับหยิบยกแนวคิดกระเช้าพจมานที่ท่านเคยเสนอไว้มาแนะเผื่อให้ท่านทั้งหลายได้นำไปใช้ในเทศกาลปีใหม่นี้กัน คือ


กลุ่มที่ 1 กระเช้าผักผลไม้ โดยเฉพาะพวกผลไม้พื้นบ้านของไทยเรา บ้านเรามีผลไม้หลากหลาย เช่น ส้มโอ กล้วย มะม่วง ฝรั่งขี้นก สับปะรด จัดตกแต่งเป็นกระเช้าผูกโบสวยๆ หรือกล้วยสักเครือผูกโบเก๋ๆ ไปมอบให้แก่ญาติมิตรหรือเจ้านาย จะเห็นได้ว่าแค่อันแรกนี้เม็ดเงินทุกบาทของเราก็เข้าสู่สวนผลไม้แล้ว ชาวสวนก็ได้รับประโยชน์ ถ้าเป็นผักก็เป็นผักสีเขียวแล้วก็ตกแต่งด้วยพริก ฟักทอง แครอต หรือสร้างสีสันให้กับกระเช้าผักอย่างสวยงาม ผู้รับก็ยกเข้าครัวไปทำกับข้าว ก็ก่อให้เกิดประโยชน์


กลุ่มที่ 2 กระเช้าธัญพืช พวกข้าวกล้อง ถั่วแดง ถั่วดำ สารพัดถั่วที่มีประโยชน์มีคุณค่าทางอาหารเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากข้าว เช่น นางเล็ด งาตัด ข้าวเม่า ก็สามารถจัดรวมกันเป็นชุดห่อรวมใส่ตะกร้าแล้วนำไปมอบให้กันก็มีความหมายทีเดียว


กลุ่มที่ 3 กระเช้าก้นครัว จำพวกพริก หอม   กระเทียมและของแห้งต่างๆ ซึ่งได้มาจากประสบการณ์ของท่านสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ มักนำกระเช้าก้นครัวไปฝากมารดาและญาติผู้ใหญ่จนกลายเป็นของขวัญที่ถูกใจไปโดยปริยาย ทำให้เห็นว่าของขวัญในกลุ่มของใช้ในครัวเรือนนี้ก็น่าจะเป็นที่ชื่นชอบของผู้รับในวัยตั้งแต่ 40ปีขึ้นไปได้ เพราะคนวัยนี้ชอบทำอาหารทานเอง นอกจากพริก หอม กระเทียมแล้ว เราก็อาจจัดขิง ข่า ตะไคร้ หรือผักต่างๆ ตบแต่งเพิ่มเติมเข้าไปด้วยก็ได้ ผู้รับก็สามารถยกเข้าไปตั้งไว้ในครัวเก็บไว้ใช้ได้


กลุ่มที่ 4 เครื่องอุปโภคและบริโภคที่แปรรูปด้วยฝีมือของกลุ่มแม่บ้านและเกษตรกร ที่ต้องการเพิ่มมูลค่าของ เช่น การแปรรูปผักผลไม้ เช่น กล้วยตาก สับปะรดกวน ทุเรียนกวน มะม่วงกวน ทอฟฟี่สมุนไพร หรือพวกชาสมุนไพร ยาอมสมุนไพร ยาสมุนไพรสามัญประจำบ้านต่างๆ รวมถึงพวกแชมพู สบู่จากสมุนไพร เป็นต้น ก็นำมาจัดเป็นกระเช้าได้อย่างลงตัวไม่น้อย


กลุ่มที่ 5 ของขวัญเครื่องหอม โดยการเอาดอกไม้ไทย ไม้หอมไทย มาทำเป็นบุหงา ถุงหอม ถุงพิมเสน สำหรับแขวนหรือตั้งตามโต๊ะทำงาน ห้องทำงาน ห้องนอน ห้องน้ำ หรือในรถ รวมถึงน้ำอบไทย จัดเป็นกระเช้าเครื่องหอมไปมอบก็สร้างคุณค่าและมิตรภาพได้เป็นอย่างดี


กลุ่มที่ 6 กระเช้าเครื่องทอ ผ้าทอผ้าย้อม ในกลุ่มนี้โดยส่วนมากนิยมเห็นผู้ให้มักจะมอบผ้าเป็นชิ้นให้กับผู้รับไปตัดเสื้อผ้าใส่ ซึ่งควรจะเป็นผ้าไทยพวกผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าไทยจะเป็นผ้าที่มีเอกลักษณ์ในตัวเอง ทำด้วยมือ และยิ่งย้อมด้วยสีธรรมชาติยิ่งเพิ่มเอกลักษณ์และความงามชัดขึ้น ผ้าไทยราคาถูกแต่ให้คุณค่าทางความรู้สึกสูง ถ้าเราให้ผ้าสักชิ้นแก่เจ้านายหรือคนที่เรารักเป็นของขวัญไปตัดเป็นเสื้อผ้าใส่ ผู้มอบให้เห็นก็ย่อมภูมิใจเช่นกัน รวมถึงผลิตภัณฑ์จากนุ่นและฝ้าย หรือสิ่งที่ไม่ใช่การสังเคราะห์ เป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ เช่น หมอนอิง หมอนขิต เป็นของที่ชาวบ้านทำขึ้นมา หรือหมอนหอมที่สามารถนำไปวางในรถหรือห้องรับแขกได้ ก็ตัดเย็บให้สามารถเอาถุงหอมใส่ไว้ได้ เมื่อหมดกลิ่นก็สามารถเปลี่ยนได้เป็นอีกกระบวนการหนึ่งที่ทำให้เม็ดเงินไหลลงสู่ชาวบ้านและชนบท


กลุ่มที่ 7 กระเช้าพันธุ์ไม้และกล้าไม้ สร้างค่านิยมในการมอบพันธุ์ไม้หรือกล้าไม้เป็นของขวัญ ใส่กระถางห่อด้วยกระดาษสวยๆ ตบแต่งให้สวยงาม เมื่อวางเรียงรายกันอยู่ในห้องผู้หลักผู้ใหญ่หรือเจ้านาย ก็สวยงามนัก บางพันธุ์ก็สามารถตั้งอยู่ในร่มได้ บ้างก็วางประดับห้องทำงานได้ และสามารถเอากลับไปปลูกที่บ้านหรือปลูกไว้ในที่ทำงานได้ เหี่ยวก็ไม่เหี่ยว ทิ้งไว้ได้นาน กินได้อีก และยังเป็นการช่วยเพิ่มสีเขียว เพิ่มต้นไม้แก่สิ่งแวดล้อมอีกด้วย


แนวคิดที่ท่านได้เสนอไว้แม้จะผ่านมานานถึงร่วม 20ปีก็ตาม แต่ยังทันสมัยอยู่เสมอ และของขวัญนั้นยังนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกด้วย ลองคิดดูว่า ถ้าเราให้ของขวัญใครสักคน เราอยากให้ผู้รับเอาไปเก็บไว้หรือเอาไปใช้ประโยชน์ แน่นอนว่าถ้าในฐานะผู้ให้เราก็อยากให้ผู้รับได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์แน่นอน ใส่ใจในการเลือกของขวัญและกระเช้าสักนิด ท่านก็จะเป็นอีกหนึ่งคนในสังคมที่ช่วยให้วันปีใหม่เป็นวันที่มีคุณค่าแท้จริง


สวัสดีปีใหม่พุทธศักราช 2555 


 


 


ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์โดย วัชรินทร คงวิลาส

Top