โรคไข้สมองอักเสบ

โรคไข้สมองอักเสบ อาการ เมื่อรับเชื้อแล้วจะมีระยะฟักตัว 5-14วัน จึงเริ่มแสดงอาการป่วย ปวดเมื่อยอ่อนเพลีย เพื่ออาหาร อาเจียน ซึม หงุดหงิดถึงชักเกร็งกระตุก จนอาจเป็นอัมพาตได้ และมีการทำลายสมอง กลายเป็นเจ้าหญิง เจ้าชายนิทราในที่สุด



สาเหตุ


โรคไข้สมองอักเสบเกิดจากเชื้อไวรัสหลายชนิด แต่ชนิดที่น่ากลัวและร้ายแรงที่สุดมีชื่อว่า JAPANESE B ENCEPHALITIS หรือา JBE (เจบีอี) ไวรัสจะแพร่เชื้อในหมูโดยมีพาหนะนำเชื้อสู่คนคือ ยุงคิวเล็กซ์ เมื่อยุงคิวเล็กซ์มากัดคน เชื้อขากเลือดหมูจะตรงไปเจริญเติบโตที่สมองทันที หากร่างกายอ่อนแอจะทำให้เกิดสมองอักเสบ


ปัจจุบันเชื้อไวรัสนี้เติบโตในสัตว์อื่นด้วยพวกม้า วัว ควาย สุนัข เป็ด ไก่ และนกกระจอก วิธีป้องกัน คือ ทำลายแอ่งน้ำที่เพาะพันธุ์ยุง อย่าให้มีน้ำขัง ส่วนการฉีดวัคซีนป้องกันต้องอยู่ภายใต้การแนะนำ และดูแลอย่างใกล้ชิดเพราะวัคซีนนี้ยังใหม่มากสำหรับบ้านเรา แต่ก็สามารถรับบริการได้ตามโรงพยาบาลทั่วไป


โรคเชื้อฮิบ


จะมีอาการในเด็กเล็ก จะมีอาการไข้สูงงอแงมาก หงุดหงิด ชัด ซึม กระหม่อมตึงคอแข็ง อาเจียน ในเด็กโตจะมีอาการปวดศรีษะไข้สูง ซึม อาเจียน รับประทานอาหารไม่ได้ ไม่ชอบแสงสว่าง วันต่อมาจะมีอาการ "คอแข็ง" ไม่สามารถก้มจนคางชิดอกได้ ความรู้สึกตัวเปลี่ยนไป อาจมีแขนขาอ่อนแรง การวินิจฉัยและการรักษา แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการ และอาการแสดงของผู้ป่วย และอาจเจาะไขสันหลังเพื่อนำน้ำไขสันหลัง ไปตรวจทางห้องปฏิบัติ


สาเหตุ


เป็นเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อเต็มว่า ฮีโมฟีลุส อินฟลูเอนซา ชนิดบี (Haemophilus influenza type b) เป็นเชื้อที่อยู่ตามลำคอทำให้ติดต่อกันได้ง่ายจากการใกล้ชิดสัมผัส เช่น ไอจามรดกัน และหลังจากเชื้อฮิบเข้าสู่ร่างกายแล้ว เชื้อจะแพร่กระจายไปสู่ส่วนต่างๆ ของร่างกายแล้ว เชื้อจะแพร่กระจายไปสู่ส่วนต่างๆ ของร่างกายไปสู่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย ทำให้เกิดโรคได้หลายชนิด เช่น ปอดบวม ฝาปิดกล่องเสียงอักเสบ ผิวหนังอักเสบ ข้ออักเสบ แต่ที่สำคัญ และร้ายแรงที่สุด คือ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ


วิธีป้องกัน


ควรให้ทารกดูดนมมารดา ซึ่งพบว่าเด็กที่ดูดนมมารดาจะมีอัตราการติดเชื้อตัวนี้ผ่านทางน้ำนมมารดาปัจจุบันสามารถผลิตวัคซีนเพื่อป้องกันเชื้อฮิบได้ โดยนำเข้าจากต่างประเทศเริ่มใช้ฉีดเพื่อป้องกันตั้งแต่อายุ 2เดือน 4เดือน 6เดือน หรือ 1ปี ซึ่งสามาถป้องกันได้ 100เปอร์เซ็นต์


โรคติดเชื้อ ไอ พี ดี


โรคติดเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัสชนิดแพร่กระจายที่อันตรายสูง ตัวเชื้อนิวโมคอคคัสมักพบอาศัยอยู่ในโพรงจมูกหรือคอของคนทั่วไป ทั้งในเด็ก และผู้ใหญ่ โดยส่วนใหญ่ไม่มีอาการใดๆ (เป็นพาหนะ) แต่แพร่กระจายสู่ผู้อื่นได้ เพียงการ ไอ จาม สัมผัสสิ่งคัดหลั่งโดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 2ปี ที่ภูมิคุ้มกัน ยังต่ำ อาจติดเชื้อโรคได้ง่าย โรคติดเชื้อ ไอ พี ดี ที่มีอาการรุนแรง คือ เยื่อหุ้มสมองอักเสบและติดเชื้อในกระแสเดือด เป็นโรคร้ายที่อาจทำลายชีวิตลูกน้อยได้ใน 2วัน ควรป้องกันดีกว่าเป็นแล้วมารักษา


สาเหตุ


เกิดจากการติดเชื้อนิวโมคอคคัส เชื้อโรคชนิดนี้ เป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อในเด็ก มักพบการติดเชื้อในเด็กอายุต่ำกว่า 5ปี และพบการติดเชื้อรุนแรงในเด็กอายุน้อยกว่า 2ปี เด็กกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อนี้


- เด็กที่เป็นโรคหัวใจ โรคปอด โรคตับเรื้อรัง


- เด็กที่ไม่มีม้ามหรือม้ามทำงานไม่ดี


- เด็กที่อยู่สถานเลี้ยงเด็กกลางวัน


- เด็กที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง


- เด็กที่มีน้ำไขสันหลังรั่ว


วิธีป้องกัน


1. สอนให้เด็กมีสุขภาพอนามัยที่ดี ล้างมือบ่อยๆ และปิดปาก ทุกครั้งที่จาม หรือไอ


2. สอนให้เด็กหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับคน ที่เป็นไข้หวัดหรือป่วย


3. ให้ลูกกินนมแม่เพื่อให้มีภูมิต้านทานจากแม่ไปสู่ลูกทางอ้อม


4. การฉีดวัคซีนเป็นการป้องกันได้ดีที่สุดวิธีหนึ่ง


 


 


ที่มา :หนังสือพิมพ์คมชัดลึก เรียบเรียงข้อมูลจาก รพ.กรุงเทพ

Top