อาชีวะหนุนเกษตรทฤษฎีใหม่

แนะเกษตรอินทรีย์ผสมผสานภูมิปัญญาชาวบ้าน

          อาชีวะหนองจอกเจ๋ง! เปิดศูนย์บ่มเพาะฯ ทดลองปลูกข้าว 2 สายพันธ์ หวังได้รับผลผลิตดีเทียบเท่าเวียดนาม ด้าน นศ. ระบุเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกเยาวชนอนุรักษ์การทำนาไปได้ในตัว

 

          (4 ธ.ค.) วิทยาลัยการอาชีพกาญจนาภิเษกหนองจอก จัดพิธีเกี่ยวข้าวตามโครงการ ศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจแปลงนาสาธิตการเกษตรทฤษฎีใหม่เพื่อเป็นแนวทางสำหรับนักศึกษาในการทำการเกษตร และเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 81 พรรษา

 

         นายชาญเวช บุญประเดิม ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพกาญจนาภิเษกหนองจอก สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นแหล่งการเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนของนักศึกษา และฝึกปฏิบัติจริงในด้านการเกษตร โดยจะปรับปรุงพื้นที่ของวิทยาลัยประมาณ 4 ไร่ ทำเป็นแปลงนาสาธิตเพื่อเป็นกรณีศึกษาการเพาะปลูกข้าวให้แก่นักศึกษาและประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง สำหรับการเกษตรสมัยใหม่ที่ใช้เกษตรอินทรีย์ผสมผสานกับภูมิปัญญาชาวบ้าน เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับประชาชนที่สนใจ และนำไปสู่การทำนาได้ตลอดทั้งปี

 

          วิทยาลัยได้ทำการทดลองปลูกข้าว 2 สายพันธ์ คือ สุพรรณ 101 ซึ่งข้าวพันธุ์นี้สามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 120 และ พันธุ์ 465 ที่เก็บเกี่ยวได้ภายใน 75 วัน เพื่อทดลองคุณภาพผลผลิตที่ได้ระหว่าง 2 สายพันธุ์ หากข้าวสายพันธุ์ที่เก็บเกี่ยวได้ใน 75 วัน ผลผลิตออกมาดี จะส่งผลให้ชาวนาไทยปลูกข้าวได้ตลอดทั้งปี ซึ่งประเทศเวียดนามสามารถทำได้แล้ว ในอนาคตเราจะพัฒนาให้ได้อย่างเขา เพื่อที่ชาวนาไทยจะได้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น นายชาญเวชกล่าว

 

         นายชาญเวช กล่าวต่อว่า ปัจจุบันพบว่าเด็กรุ่นใหม่ทำนากันไม่เป็น บวกกับเด็กไม่ค่อยมีความอดทน และเริ่มบริโภควัตถุนิยมกันมากขึ้น ทำให้ความสำคัญของการทำนาเริ่มหดหายไปตามกาลเวลา การจัดทำโครงการนี้ก็เพื่อหวังที่จะช่วยปลูกจิตสำนึกให้นักศึกษาเข้าใจในกระบวนการทำนามากขึ้น รวมทั้งปลูกฝังให้รู้จักการอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณี และหวงแหนผืนแผ่นดินอีกด้วย

 

          นายชัยณรงค์ มานยาซิ กรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร เขตหนองจอก กล่าวว่า จากที่มีอาชีพทำนามาก่อนทำให้รู้ถึงกระบวนการการทำนา การดูแลรักษา จึงได้มาเป็นปราชญ์ชาวบ้านให้กับทางวิทยาลัย โดยทำหน้าที่ให้คำแนะนำด้านเกษตรกรรมแก่อาจารย์และนักศึกษา รวมถึงช่วยวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นกับนาข้าว และหาทางแก้ไข เพื่อให้ข้าวที่ปลูกนั้นได้ผลผลิตที่ดี อีกทั้งนักศึกษายังสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้ไปเผยแพร่ให้แก่ชุมชน นำไปสู่การทำนาที่มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล อีกทั้งยังส่งเสริมให้นักศึกษาเล็งเห็นถึงความสำคัญและไม่หลงลืมอาชีพทำนา ซึ่งเป็นอาชีพที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนไทยมาแต่สมัยโบราณ

 

       ด้านนายมิตรนรินทร์ ทับทิมทอง นักศึกษาชั้น ปวส.2 แผนกช่างยนต์ วิทยาลัยการอาชีพกาญจนาภิเษกหนองจอก กล่าวว่า วิทยาลัยมีการเรียนการสอนด้านการเกษตรอย่างครบถ้วน ทั้งภาคทฤษฏีและภาคปฏิบัติ เช่น กระบวนการการทำนา การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ การทำฮอร์โมนข้าว เพราะมีประโยชน์กับลูกหลานชาวนา เมื่อเรียนจบจะนำความรู้ที่ได้รับทั้งหมดกลับไปพัฒนาที่นาของครอบครัว

  

  

  

 

 

 

 

เรื่องโดย / วีรญาน์  จันทร์นวล Team Content www.thaihealth.or.th

 

 

 

Update 09-01-52

Top